ข้อสอบปลายภาค วิชา ระบบการสื่อสารข้อมูล 2/49
ตอนที่1
1.พื้นที่สัญญาณครอบคลุมการทำงานเรียกว่าอะไร
ก.AP ค.ESS
ข.BSS ** ง.DCF
2.ข้อใดไม่ถูกต้องในการกล่าวถึง Rang ของความถี่
ก. 902 MHz-928 MHz ค.5.725GHz-5.855GHz***
ข.2.400 GHz-204835 GHz ง. ข้อ ก. และ ข้อ ข.
จงใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถามจากข้อ 3-8 **เขียนคำตอบลงในช่อง ก.
A. industry
B. Science
C. Medical
D. 900 MHz
E. 2.400 GHz
F. IEEE802.11a
G. IEEE802.11b
H. 54 Mbits
I. 2 Mbits
J. 11 Mbits
K. DSSS
L. FHSS
M. ISM
F 3. Data Rate สูงสุดที่สามารถส่งข้อมูลได้ใน wireless Lan ที่ใช้ Machanism แบบOFDM
E 4.Radio Frequency ที่ใช้งานเยอะที่สุดใน IEEE802.11
K 5.IEEE802.11ใช้ mechanism แบบใด
K 6.Machanism แบบใดที่มี Data Rate 11 Mbits
M 7. ย่านความถี่ที่อนุญาตให้ได้ในงานอุตสาหกรรม วิทยาศาสตร์และการแพทย์
8. Radio frequency 2.400 GHz มีกี่ channel
ก. 54
ข. 69
** ค. 79
ง. 8
9. ในการ hop แต่ละ hop ใช้การ synchronize ต่างกันเท่าไหร่
**ก. 0.4 ms per hop*
ข. 0.45 ms per hop
ค. 0.2 ms per hop
ง. 0.25 ms per hop
10. สถาปัตยกรรมของ Wireless lan ใน mode ใดที่ต้องเดินสาย wire network
ก. Ad-hoc
ข. Peer to peer
**ค. Infrastructure*
ง. Bss
11. Routing protocol มีกี่แบบ อะไรบ้าง
ก. 2 แบบ Link state & Distance Vector
ข. 2 แบบ Link state & Dynamic
**ค. 2 แบบ Dynamic & Static
ง. 2 แบบ BGP & SPF
12. ข้อใดไม่ใช่ข้อพิจารณาลักษณะของ routing ที่ดี
ก. Cost ต่ำ
ข. Delay ต่ำ
**ค. Space ต่ำ
ง. Hop ต่ำ
13. Protocol BGP พิจารณาการส่งข้อมูลจากอะไร
ก. จำนวนลิงค์
ข. ระยะทาง
**ค. จำนวน Router
ง. ราคาเช่า
14. ลักษณะสำคัญของ Routing table ประกอบด้วยอะไรบ้าง
ก. ต้นทาง
ข. ปลายทาง
ค. ต้นทาง ปลายทาง
**ง. ต้นทาง โปรโตคอล ปลายทาง
15. OSFP (Open Shortest Path First) เป็นชื่อของ
ก. Algorithm
**ข. Protocol
ค. Router
ง. Routing Table
16. ชนิดของเส้นใยแก้วนำแสงที่ใช้รับ- ส่งข้อมูลในระยะทางไกล ๆ
ก. Grade index Multimode
ข. Step index Multimode
**ค. Single Mode
ง. ถูกทุกข้อ
17. แกนกลางที่เป็นใยแก้วนำแสงเรียกว่าอะไร
ก. Jacket ค. Cladding
**ข. Core ง. Fiber
เฉลย ข.Core
18. แสงที่เดินทางในเส้นใยแก้วนำแสงจะตกกระทบตรงมุม คือลักษณะของเส้นใยแบบใด
ก. Grade Index Multimode ค. Single Mode
**ข. Step Index Multimode ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ข.Step Index Multimode
19. แสงที่เดินทางในเส้นใยแก้วนำแสงจะเป็นเส้นตรง คือลักษณะของเส้นใยแก้วแบบใด
ก. Grade Index Multimode **ค. Single Mode
ข. Step Index Multimode ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ค.Single Mode
20. ต้นกำหนดแสง(optical source) ที่มี Power ของแสงเข้มข้น
**ก. Laser ค. APD
ข. LED ง. PIN-FET
เฉลย ก. Laser
21. ข้อใดคือ Fast Ethernet
ก. 10base5 ค. 1000baseFX
**ข. 100baseFL ง. 10GbaseTX
เฉลย ข. 100baseFL
22. 10BaseF ใช้สายสัญญาณอะไรในการส่งข้อมูล
ก. UTP ค. Coaxial
ข. STP ** ง. Fiber Optic
เฉลย ง. Fiber Optic
23. ข้อใดไม่ใช่ Ethernet แบบ 100 mbps
ก. 1000BaseT ค. 1000BaseX
**ข. 100BaseTX ง. 1000BaseFL
เฉลย ข. 100BaseTX
24. ขนาด Frame ที่เล็กที่สุดของ Gigbit Ethernet คือ
ก. 53 byte ค. 128 byte
ข. 64 byte ง. 512 byte
เฉลย
25. Ethernet ใช้ protocol ใดในการตรวจสอบการส่งข้อมูล
ก. LLC **ค. CSMA/CD
ข. CSMA/CA ง. ALOHA
เฉลย ค. CSMA/CD
26. Ethernet 10baseT ต่อยาวกี่เมตรสูงสุด
ก. 80 ม. ค. 150 ม.
**ข. 100 ม. ง. 185 ม.
เฉลย ข. 100 ม.
27. ใครเป็นผู้กำหนดมาตรฐานของ Ethernet
ก. OSI ค. ISO
**ข. IEEE ง. CCITT
28. 10Base5 ใช้สาย Coaxial แบบใด
ก. Thin ค. UTP
**ข. Thick ง. STP
29. Fast Ethernet มีความเร็วเท่าใด
ก. 10 mbps ค. 1000 mbps
**ข. 100 mbps ง. 10 Gbps
30. 100Mbps, baseband, long wavelength over optical fiber cable คือมาตรฐานของ
ก. 1000 Base-LX ค. 1000 Base-T2
**ข. 1000 Base-FX ง. 1000 Base-T4
31. ATM มีขนาดกี่ไบต์
ก. 48 ไบต์ ต. 64 ไบต์
**ข. 53 ไบต์ ง. 123 ไบต์
32. CSMA พัฒนามาจาก
ก. CSMA/CA ค. CSMAข. CSMA/CD **ง. ALOHA
33. Internet เกิดขึ้นที่ประเทศอะไร
ก. AU **ค. USAข. JP ง. TH
34. เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการขนถ่ายข้อมูล หรือ Transport technology
**ก. SDH ค. Mobile
ข. ATM ง. DWDM
35. ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเรียกว่าอะไร
ก. CS internet ค. Admin
ข. Operator **ง. ISP
36. การแจกจ่ายหมายเลขไอพีแอดเดรส ให้กับเครื่องลูกโดยอัตโนมัติเรียกว่าอะไร
ก. DNS **ค. DHCPข. FTP ง. Proxxy
37. การถ่ายโอนข้อมูลบนระบบอินเตอร์เน็ตเรียกว่าอะไร
ก. DNS
ข. FTP**
ค. DHCP
ง. Proxxy
38. โปรโตคอลการสื่อสารที่เป็น offline
ก. ICMP
ข. TCP
ค. UDP**
ง. ARP
39. การหาเส้นทางการส่งข้อมูลเรียกว่า
ก. Routing**
ข. Routing Protocol
ค. Routing Table
ง. Router
40. ข้อใดไม่มีในขั้นตอนการทำ server 7 พ.ค 48
ก. DHCP**
ข. DNS
ค. FTP
ง. Virtual host
41. หมายเลข IP Class ใดรองรับการทำงานของ host ได้สูงสุด
ก. A**
ข. B
ค. C
ง. D
42. อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อเครือข่ายต่างชนิดเข้าด้วยกันคือ
ก. Hub
ข. Switching
ค. Modem
ง. Router**
43. การ set ค่าความสำคัญสูงสุด (High priority) ของ packet เป็นหน้าที่ของ function ใดต่อไปนี้
ก. PIFS**
ข. SIFS
ค. DIFS
ง. MIB
44. การป้องกันการชนกันของการส่งข้อมูลใด WLAN ใช้หลักการใด
ก. ALOHA
ข. CSMA
ค. CSMA/CA
ง. CSMA/CD**
45. Data Rate สูงสุดขนาด 54 Mb ที่ใช้ส่งได้ใน WLAN ใช้มาตรฐานใดและใช้หลัก mechanism (กลไกการส่ง) แบบใด
ก. IEEE802.11a; DSSS
ข. IEEE802.11b; FHSS
ค. IEEE802.11a; OFDM***
ง. IEEE802. 11b; OFDM
46. อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลงสัญญาณ D/A คือ
ก. Hub
ข. Switching
ค. Modem**
ง. Router
47. อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่รอดแคสสัญญาณ (Broadcast) คือ
ก. Hub**
ข. Switching
ค. Modem
ง. Router
48. Mechanism ใดของ WLAN ที่มีการรบกวน (Interference) สูงที่สุดใด
ก. Diffuse IR
ข. DSSS
ค. OFDM
ง. FHSS**
49. CIDR 192.168.0.0/24 จะมีค่า subnet mask เท่าใด
ก. 255.255.0.0
ข. 255.255.128.0
ค. 255.255.255.0**
ง. 255.255.255.192
50. การ Roaming ใช้กับการโอนถ่ายข้อมูลระหว่าง
ก. AP กับ AP**
ข. AP กับ AP
ค. AP กับ BSS
ง. BSS กับ ESS
05 พฤศจิกายน 2551
16 ตุลาคม 2551
ข้อสอบความรู้เบื้องต้น Topology 5 ข้อ ปรนัย
1.การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์แบบใดที่ข้อมูลวิ่งแบบทางเดียวบนสายสัญญษณ
a. ฺStar Topology
b. Bus Topology
c. Star-Ring Topology
d. Ring Topology
2.การแบ่งปันการใช้ข้อมูลในระบบเครือข่ายยุคแรก ๆ ใช้การบันทึกข้อมูลลงดิสก์แล้วส่งไปยังผู้ใช้รายอื่น ๆ เรียกระบบเครือข่ายแบบนี้ว่าอะไร
a. Diskette Netwrok
b. LinkerNet
c. SneakerNet
d. Topology
3.ข้อใดคือข้อเสียของการเชื่อมต่อแบบ Ring Topology
a. ใช้สายเคเบิลจำนวนมาก
b. ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ส่วนกลางเสียเป็นผลให้ระบบล้มเหลว
c. ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเสียจะเป็นผลกระทบทั้งระบบ
d. ต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการติดตั้งระบบ
4.Topogogy แบบใดที่ใช้สายเคเบิลน้อยที่สุด
a. Star Topology
b. Bus Topology
c. Ring Topology
d. Mesh Topology
5.การเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยใช้สายเคเบิลร่วมกันเป็นการเชื่อมต่อแบบใด
a. Star Topology
b. Ring Topology
c. Bus Topology
d. Mesh Topology
a. ฺStar Topology
b. Bus Topology
c. Star-Ring Topology
d. Ring Topology
2.การแบ่งปันการใช้ข้อมูลในระบบเครือข่ายยุคแรก ๆ ใช้การบันทึกข้อมูลลงดิสก์แล้วส่งไปยังผู้ใช้รายอื่น ๆ เรียกระบบเครือข่ายแบบนี้ว่าอะไร
a. Diskette Netwrok
b. LinkerNet
c. SneakerNet
d. Topology
3.ข้อใดคือข้อเสียของการเชื่อมต่อแบบ Ring Topology
a. ใช้สายเคเบิลจำนวนมาก
b. ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ส่วนกลางเสียเป็นผลให้ระบบล้มเหลว
c. ถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเสียจะเป็นผลกระทบทั้งระบบ
d. ต้องมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการติดตั้งระบบ
4.Topogogy แบบใดที่ใช้สายเคเบิลน้อยที่สุด
a. Star Topology
b. Bus Topology
c. Ring Topology
d. Mesh Topology
5.การเชื่อมต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยใช้สายเคเบิลร่วมกันเป็นการเชื่อมต่อแบบใด
a. Star Topology
b. Ring Topology
c. Bus Topology
d. Mesh Topology
Topology
1.โทโปโลยีแบบบัส (BUS) เป็นรูปแบบที่ เครื่องคอมพิวเตอร์จะถูกเชื่อมต่อกันโดยผ่ายสายสัญญาณแกนหลัก ที่เรียกว่า BUS หรือ แบ็คโบน (Backbone) คือ สายรับส่งสัญญาณข้อมูลหลัก ใช้เป็นทางเดินข้อมูลของทุกเครื่องภายในระบบเครือข่าย และจะมีสายแยกย่อยออกไปในแต่ละจุด เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ๆ ซึ่งเรียกว่าโหนด (Node) ข้อมูลจากโหนดผู้ส่งจะถูกส่งเข้าสู่สายบัสในรูปของแพ็กเกจ ซึ่งแต่ละแพ็กเกจจะประกอบไปด้วยข้อมูลของผู้ส่ง, ผู้รับ และข้อมูลที่จะส่ง การสื่อสารภายในสายบัสจะเป็นแบบ 2 ทิศทางแยกไปยังปลายทั้ง 2 ด้านของ บัส โดยตรงปลายทั้ง 2 ด้านของบัส จะมีเทอร์มิเนเตอร์ (Terminator) ทำหน้าที่ลบล้างสัญญาณที่ส่งมาถึง เพื่อป้องกันไม่ให้สัญญาณข้อมูลนั้นสะท้อนกลับ เข้ามายังบัสอีก เพื่อเป็นการป้องกันการชนกันของข้อมูลอื่น ๆ ที่เดินทางอยู่บนบัสในขณะนั้น
สัญญาณข้อมูลจากโหนดผู้ส่งเมื่อเข้าสู่บัส ข้อมูลจะไหลผ่านไปยังปลายทั้ง 2 ด้านของบัส แต่ละโหนดที่เชื่อมต่อเข้ากับบัส จะคอยตรวจดูว่า ตำแหน่งปลายทางที่มากับแพ็กเกจข้อมูลนั้นตรงกับตำแหน่งของตนหรือไม่ ถ้าตรง ก็จะรับข้อมูลนั้นเข้ามาสู่โหนด ตน แต่ถ้าไม่ใช่ ก็จะปล่อยให้สัญญาณข้อมูลนั้นผ่านไป จะเห็นว่าทุก ๆ โหนดภายในเครือข่ายแบบ BUS นั้นสามารถรับรู้สัญญาณข้อมูลได้ แต่จะมีเพียงโหนดปลายทางเพียงโหนดเดียวเท่านั้นที่จะรับข้อมูลนั้นไปได้
ข้อดี
- ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการวางสายสัญญาณมากนัก สามารถขยายระบบได้ง่าย เสียค่าใช้จ่ายน้อย ซึ่งถือว่าระบบบัสนี้เป็นแบบโทโปโลยีที่ได้รับความนิยมใช้กันมากที่สุดมา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เหตุผลอย่างหนึ่งก็คือสามารถติดตั้งระบบ ดูแลรักษา และติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมได้ง่าย ไม่ต้องใช้เทคนิคที่ยุ่งยากซับซ้อนมากนัก
ข้อเสีย
- อาจเกิดข้อผิดพลาดง่าย เนื่องจากทุกเครื่องคอมพิวเตอร์ ต่อยู่บนสายสัญญาณเพียงเส้นเดียว ดังนั้นหากมี สัญญาณขาดที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ก็จะทำให้เครื่องบางเครื่อง หรือทั้งหมดในระบบไม่สามารถใช้งานได้ตามไปด้วย
- การตรวจหาโหนดเสีย ทำได้ยาก เนื่องจากขณะใดขณะหนึ่ง จะมีคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่สามารถส่งข้อความ ออกมาบนสายสัญญาณ ดังนั้นถ้ามีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากๆ อาจทำให้เกิดการคับคั่งของเน็ตเวิร์ค ซึ่งจะทำให้ระบบช้าลงได้
สัญญาณข้อมูลจากโหนดผู้ส่งเมื่อเข้าสู่บัส ข้อมูลจะไหลผ่านไปยังปลายทั้ง 2 ด้านของบัส แต่ละโหนดที่เชื่อมต่อเข้ากับบัส จะคอยตรวจดูว่า ตำแหน่งปลายทางที่มากับแพ็กเกจข้อมูลนั้นตรงกับตำแหน่งของตนหรือไม่ ถ้าตรง ก็จะรับข้อมูลนั้นเข้ามาสู่โหนด ตน แต่ถ้าไม่ใช่ ก็จะปล่อยให้สัญญาณข้อมูลนั้นผ่านไป จะเห็นว่าทุก ๆ โหนดภายในเครือข่ายแบบ BUS นั้นสามารถรับรู้สัญญาณข้อมูลได้ แต่จะมีเพียงโหนดปลายทางเพียงโหนดเดียวเท่านั้นที่จะรับข้อมูลนั้นไปได้
ข้อดี
- ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการวางสายสัญญาณมากนัก สามารถขยายระบบได้ง่าย เสียค่าใช้จ่ายน้อย ซึ่งถือว่าระบบบัสนี้เป็นแบบโทโปโลยีที่ได้รับความนิยมใช้กันมากที่สุดมา ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เหตุผลอย่างหนึ่งก็คือสามารถติดตั้งระบบ ดูแลรักษา และติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมได้ง่าย ไม่ต้องใช้เทคนิคที่ยุ่งยากซับซ้อนมากนัก
ข้อเสีย
- อาจเกิดข้อผิดพลาดง่าย เนื่องจากทุกเครื่องคอมพิวเตอร์ ต่อยู่บนสายสัญญาณเพียงเส้นเดียว ดังนั้นหากมี สัญญาณขาดที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง ก็จะทำให้เครื่องบางเครื่อง หรือทั้งหมดในระบบไม่สามารถใช้งานได้ตามไปด้วย
- การตรวจหาโหนดเสีย ทำได้ยาก เนื่องจากขณะใดขณะหนึ่ง จะมีคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่สามารถส่งข้อความ ออกมาบนสายสัญญาณ ดังนั้นถ้ามีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากๆ อาจทำให้เกิดการคับคั่งของเน็ตเวิร์ค ซึ่งจะทำให้ระบบช้าลงได้
e-Learning ที่เกี่ยวข้อง
e-learning ที่เกี่ยวข้องที่สนใจ
- e-learning ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้ชื่อโครงการ ChulaOnline มี URL ในการเรียกดูคือ www.chulaonline.com โดยปัจจุบันเปิดบริการให้ความรู้หลากหลายวิชา ทั้งสำหรับนักศึกษาและบุคคลภายนอก
ข้อดี เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ค้นหาความรู้ในวิชาที่เรียน สิ่งที่อยากศึกษาเพิ่มเติมคือเนื้อหาเรื่องการทำโปรเจ็ค
- e-learning ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายใต้ชื่อโครงการ ChulaOnline มี URL ในการเรียกดูคือ www.chulaonline.com โดยปัจจุบันเปิดบริการให้ความรู้หลากหลายวิชา ทั้งสำหรับนักศึกษาและบุคคลภายนอก
ข้อดี เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ค้นหาความรู้ในวิชาที่เรียน สิ่งที่อยากศึกษาเพิ่มเติมคือเนื้อหาเรื่องการทำโปรเจ็ค
e-Learning ที่เกี่ยวข้อง
จาก โรงเรียนพิมายวิทยา โดย ... วีรจินต์ นาคะนิเวศน์
• Bank of America Securities: e-learning คือการมาบรรจบกันของการเรียนและอินเทอร์เน็ต
• Cornelia Weggen, WR Hambrecht & Co: e-learning [คือ] การส่งเนื้อหาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิคทั้งมวล ซึ่งหมายรวมถึงอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต เอ็กซ์ทราเน็ต ดาวเทียม วิทยุโทรทัศน์ ออดีโอ/วิดีโอเทป TV แบบโต้ตอบ และ CD-ROM
• Elliott Masie, The Masie Center: e-learning คือการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครือข่ายเพื่อออกแบบ นำส่ง เลือก บริหารจัดการ และขยายขอบเขตของการเรียนออกไป
• Arista Knowledge Systems: e-learning คือการใช้พลานุภาพของเครือข่ายเพื่อให้การเรียนเกิดขึ้นได้ในทุกเวลา ทุกสถานที่
• ChulaOnline : ทางเลือกหนึ่งในปัจจุบันที่มีขึ้นเพื่อพัฒนาระบบการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ช่วยให้ผู้เรียนซึ่งอยู่ในจุดที่ห่างไกลจากผู้สอนสามารถที่จะเรียนเนื้อหาวิชา หลักสูตรต่างๆได้อย่างไม่จำกัดสถานที่และเวลา
• Thai2Learn : การศึกษาโดยใช้สื่อการเรียนผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ ซีดี รอม โดยมีระบบคอมพิวเตอร์รองรับ เพื่อให้ผู้เรียน สามารถได้เรียนรู้ในสิ่งที่ต้องการ และอำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนในการเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา
• iknow : ระบบที่มีกระบวนการเรียนการสอนที่ใช้ Electronic อาจเป็นได้ทั้ง offline, online, server-based, web-based หรือ เครื่องที่ใช้ไฟฟ้าทุกชนิด เช่น เครื่องวิทยุ - เทป - ซีดีรอม - TV - computer และแม้กระทั่งผ่านระบบดาวเทียม ปัจจุบันเป็นที่เข้าใจว่า e-learning หมายถึงการศึกษาระบบที่ใช้ Internet technology เป็นหลัก
• Thailand Securities Institute (TSI) : E เป็นอักษรย่อของคำว่า Electronics (อิเล็กทรอนิกส์) ซึ่งเมื่อรวมกับคำว่า Learning ที่แปลว่า การเรียนรู้ ก็จะได้คำจำกัดความของ E-Learning คือ ระบบหรือกระบวนการเรียนรู้ หรือการเรียนการสอน ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ วิดีโอ ซีดีรอม ระบบดาวเทียม ระบบ LAN และ Internet
• Bank of America Securities: e-learning คือการมาบรรจบกันของการเรียนและอินเทอร์เน็ต
• Cornelia Weggen, WR Hambrecht & Co: e-learning [คือ] การส่งเนื้อหาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิคทั้งมวล ซึ่งหมายรวมถึงอินเทอร์เน็ต อินทราเน็ต เอ็กซ์ทราเน็ต ดาวเทียม วิทยุโทรทัศน์ ออดีโอ/วิดีโอเทป TV แบบโต้ตอบ และ CD-ROM
• Elliott Masie, The Masie Center: e-learning คือการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเครือข่ายเพื่อออกแบบ นำส่ง เลือก บริหารจัดการ และขยายขอบเขตของการเรียนออกไป
• Arista Knowledge Systems: e-learning คือการใช้พลานุภาพของเครือข่ายเพื่อให้การเรียนเกิดขึ้นได้ในทุกเวลา ทุกสถานที่
• ChulaOnline : ทางเลือกหนึ่งในปัจจุบันที่มีขึ้นเพื่อพัฒนาระบบการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ ช่วยให้ผู้เรียนซึ่งอยู่ในจุดที่ห่างไกลจากผู้สอนสามารถที่จะเรียนเนื้อหาวิชา หลักสูตรต่างๆได้อย่างไม่จำกัดสถานที่และเวลา
• Thai2Learn : การศึกษาโดยใช้สื่อการเรียนผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ ซีดี รอม โดยมีระบบคอมพิวเตอร์รองรับ เพื่อให้ผู้เรียน สามารถได้เรียนรู้ในสิ่งที่ต้องการ และอำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนในการเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา
• iknow : ระบบที่มีกระบวนการเรียนการสอนที่ใช้ Electronic อาจเป็นได้ทั้ง offline, online, server-based, web-based หรือ เครื่องที่ใช้ไฟฟ้าทุกชนิด เช่น เครื่องวิทยุ - เทป - ซีดีรอม - TV - computer และแม้กระทั่งผ่านระบบดาวเทียม ปัจจุบันเป็นที่เข้าใจว่า e-learning หมายถึงการศึกษาระบบที่ใช้ Internet technology เป็นหลัก
• Thailand Securities Institute (TSI) : E เป็นอักษรย่อของคำว่า Electronics (อิเล็กทรอนิกส์) ซึ่งเมื่อรวมกับคำว่า Learning ที่แปลว่า การเรียนรู้ ก็จะได้คำจำกัดความของ E-Learning คือ ระบบหรือกระบวนการเรียนรู้ หรือการเรียนการสอน ผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ วิดีโอ ซีดีรอม ระบบดาวเทียม ระบบ LAN และ Internet
คำอธิบายรายวิชา เครือข่ายคอมพิวเตอร์และการกระจาย
คำอธิบายรายวิชา (Course Description)
ความรู้เบื้องต้นเบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เครือข่าย การสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์กับเทอร์มินอล ชั้นของโปรโตคอลมาตรฐาน OSI รูปแบบต่าง ๆ ของเครือข่าย X.25 เนตเวิร์คและดิจิตอลเนตเวอร์ค การประมวลผลแบบตามลำดับและแบบขนาน การไปป์ไลน์ (Pipelining) การประมวลผลแบบเวคเตอร์ (Vector Processing) การประมวลผลแบบอะเรย์ (Array Processors) มัลติโปรเซสเชอร์ (Multiprocessor) และฟอลท์โทเลอร์แรนซ์ (Fault Tolerance
ความรู้เบื้องต้นเบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เครือข่าย การสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์กับเทอร์มินอล ชั้นของโปรโตคอลมาตรฐาน OSI รูปแบบต่าง ๆ ของเครือข่าย X.25 เนตเวิร์คและดิจิตอลเนตเวอร์ค การประมวลผลแบบตามลำดับและแบบขนาน การไปป์ไลน์ (Pipelining) การประมวลผลแบบเวคเตอร์ (Vector Processing) การประมวลผลแบบอะเรย์ (Array Processors) มัลติโปรเซสเชอร์ (Multiprocessor) และฟอลท์โทเลอร์แรนซ์ (Fault Tolerance
26 สิงหาคม 2551
ข้อสอบ เรื่อง เส้นใยแก้วนำแสง
ข้อสอบปรนัย เส้นใยแก้วนำแสง 10 ข้อ
1.เส้นใยแก้วนำแสงคืออะไร
ก.เป็นตัวกลางของสัญญาณแสงชนิดหนึ่ง ที่ทำมาจากแก้วซึ่งมีความบริสุทธิ์สูงมาก
ข.เส้นที่ไม่มีความบริสุทธิ์เหลืออยู่แล้ว
ค.เป็นเส้นที่มีน้ำหนักมาก
ง.เส้นที่ไม่มีความทนทาน
2.เส้นใยแก้วนำแสงมีลักษณะอย่างไร?.
ก.หนามีขนาดใหญ่
ข.ขนาดสั้น
ค.เป็นเส้นยาวขนาดเล็ก มีขนาดประมาณเส้นผมของมนุษย์เรา
ง.ขนาดเท่าสายทองแดง
3.เส้นใยแก้วนำแสงเรียกอีกอย่างว่า?..
ก.ไฟเบอร์ติก
ข.ไฟออบติก
ค.ไฟนำทาง
ง.ไฟเบอร์ออปติก
4.เส้นใยแก้วนำแสงแบ่งออกเป็นกี่ แบบ?..
ก. 2 แบบ
ข. 3 แบบ
ค. 4 แบบ
ง. 5 แบบ
5.แสงสามารถเดินทางผ่านเส้นใยแก้วนำแสงได้อย่างไร?..
ก.แสงเดินทางจากตัวกลางหนึ่งไปยังอีกตัวกลางหนึ่ง จะเกิดปรากฎการณ์ของการสะท้อน
ข.เมื่อแสงผ่านเข้ามาในสายไฟเบอร์ออพติก(เส้นใยแก้วนำ แสง)ที่ทำจากแก้ว จะเกิดการสะท้อนกลับหมดที่ผิวแก้ว
ค.แสงในเส้นใยแก้วนำแสงจะถูกทำให้สะท้อนกลับไปกลับมาระหว่างรอยต่อของแกนกลาง (core) และฉนวนที่หุ้ม (cladding) จากปลายข้างหนึ่งไปยังอีกปลายข้างหนึ่งของเส้นใยแก้วนำแสง
ง.นำสัญญาณแสงผ่านสายไฟเบอร์ออพติก
6.โดยทั่วไปเมื่อแสงเดินทางจากตัวกลางหนึ่งไปยังอีกตัวกลางหนึ่ง จะเกิดปรากฎการณ์ใดขึ้น?..
ก.ของการสะท้อนและการหักเห
ข.การเบี่ยงเบน
ค.การเลี้ยวกลับ
ง.การหยุดนิ่ง
7.การใช้งานสายไฟเบอร์ออพติก(เส้นใยแก้วนำแสง) จะมีกี่ลักษณะ ?..
ก. 2 ลักษณะ
ข. 3 ลักษณะ
ค. 4 ลักษณะ
ง. 5 ลักษณะ
8.ในปัจจุบันการนำภาพของวัตถุผ่านสายไฟเบอร์ออพติก(เส้นใยแก้วนำแสง) เปรียบเทียบได้กับอะไร?..
ก. กล้องส่องทางไกล
ข. กล้องถ่ายรูป
ค. กล้องฉีดยาย
ง. กล้องตรวจอวัยวะภายในของมนุษย์
9.จุดเด่นของเส้นใยแก้วนำแสงคืออะไร ?..
ก. สวยงาม
ข.จุดที่ได้เปรียบสายตัวนำทองแดง ที่จะนำมาใช้แทนตัวนำทองแดง
ค. หาซื้อง่าย
ง. มีลักษณะทึบแสง
10.ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นใยแก้วนำแสงที่ใช้กันมากคือ ?..
ก.62.5/125 ไมโครเมตร
ข.63.5/125 ไมโครเมตร
ค.64.5/125 ไมโครเมตร
ง.65.5/125 ไมโครเมตร
1.เส้นใยแก้วนำแสงคืออะไร
ก.เป็นตัวกลางของสัญญาณแสงชนิดหนึ่ง ที่ทำมาจากแก้วซึ่งมีความบริสุทธิ์สูงมาก
ข.เส้นที่ไม่มีความบริสุทธิ์เหลืออยู่แล้ว
ค.เป็นเส้นที่มีน้ำหนักมาก
ง.เส้นที่ไม่มีความทนทาน
2.เส้นใยแก้วนำแสงมีลักษณะอย่างไร?.
ก.หนามีขนาดใหญ่
ข.ขนาดสั้น
ค.เป็นเส้นยาวขนาดเล็ก มีขนาดประมาณเส้นผมของมนุษย์เรา
ง.ขนาดเท่าสายทองแดง
3.เส้นใยแก้วนำแสงเรียกอีกอย่างว่า?..
ก.ไฟเบอร์ติก
ข.ไฟออบติก
ค.ไฟนำทาง
ง.ไฟเบอร์ออปติก
4.เส้นใยแก้วนำแสงแบ่งออกเป็นกี่ แบบ?..
ก. 2 แบบ
ข. 3 แบบ
ค. 4 แบบ
ง. 5 แบบ
5.แสงสามารถเดินทางผ่านเส้นใยแก้วนำแสงได้อย่างไร?..
ก.แสงเดินทางจากตัวกลางหนึ่งไปยังอีกตัวกลางหนึ่ง จะเกิดปรากฎการณ์ของการสะท้อน
ข.เมื่อแสงผ่านเข้ามาในสายไฟเบอร์ออพติก(เส้นใยแก้วนำ แสง)ที่ทำจากแก้ว จะเกิดการสะท้อนกลับหมดที่ผิวแก้ว
ค.แสงในเส้นใยแก้วนำแสงจะถูกทำให้สะท้อนกลับไปกลับมาระหว่างรอยต่อของแกนกลาง (core) และฉนวนที่หุ้ม (cladding) จากปลายข้างหนึ่งไปยังอีกปลายข้างหนึ่งของเส้นใยแก้วนำแสง
ง.นำสัญญาณแสงผ่านสายไฟเบอร์ออพติก
6.โดยทั่วไปเมื่อแสงเดินทางจากตัวกลางหนึ่งไปยังอีกตัวกลางหนึ่ง จะเกิดปรากฎการณ์ใดขึ้น?..
ก.ของการสะท้อนและการหักเห
ข.การเบี่ยงเบน
ค.การเลี้ยวกลับ
ง.การหยุดนิ่ง
7.การใช้งานสายไฟเบอร์ออพติก(เส้นใยแก้วนำแสง) จะมีกี่ลักษณะ ?..
ก. 2 ลักษณะ
ข. 3 ลักษณะ
ค. 4 ลักษณะ
ง. 5 ลักษณะ
8.ในปัจจุบันการนำภาพของวัตถุผ่านสายไฟเบอร์ออพติก(เส้นใยแก้วนำแสง) เปรียบเทียบได้กับอะไร?..
ก. กล้องส่องทางไกล
ข. กล้องถ่ายรูป
ค. กล้องฉีดยาย
ง. กล้องตรวจอวัยวะภายในของมนุษย์
9.จุดเด่นของเส้นใยแก้วนำแสงคืออะไร ?..
ก. สวยงาม
ข.จุดที่ได้เปรียบสายตัวนำทองแดง ที่จะนำมาใช้แทนตัวนำทองแดง
ค. หาซื้อง่าย
ง. มีลักษณะทึบแสง
10.ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นใยแก้วนำแสงที่ใช้กันมากคือ ?..
ก.62.5/125 ไมโครเมตร
ข.63.5/125 ไมโครเมตร
ค.64.5/125 ไมโครเมตร
ง.65.5/125 ไมโครเมตร
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
